การมีเว็บไซต์ e commerce ของตัวเองทำให้ธุรกิจสามารถควบคุมทั้งภาพลักษณ์ของแบรนด์ ระบบการขาย และการเก็บข้อมูลลูกค้าได้โดยตรง แตกต่างจากการพึ่งพามาร์เก็ตเพลส
เว็บไซต์ e commerce คืออะไร
เว็บไซต์ e commerce คือเว็บไซต์ที่ถูกออกแบบมาเพื่อขายสินค้าและบริการผ่านระบบออนไลน์ โดยผู้บริโภคสามารถเลือกชมสินค้า เพิ่มลงตะกร้า ชำระเงิน และรอการจัดส่งได้ครบจบในที่เดียว การมีเว็บไซต์ e commerce ของตัวเองทำให้ธุรกิจสามารถควบคุมทั้งภาพลักษณ์ของแบรนด์ ระบบการขาย และการเก็บข้อมูลลูกค้าได้โดยตรง แตกต่างจากการพึ่งพามาร์เก็ตเพลสที่มักจำกัดข้อมูลและต้องเสียค่าธรรมเนียมการขายสูง
ประเภทของเว็บไซต์ e commerce
เว็บไซต์ e commerce สามารถแบ่งออกได้หลายประเภทตามรูปแบบธุรกิจ
- ประเภทแรกคือ B2C (Business to Consumer) ซึ่งเป็นรูปแบบที่พบมากที่สุด เช่น ร้านค้าแฟชั่นหรือร้านอาหารที่ขายโดยตรงให้ผู้บริโภคทั่วไป นี่คือประเภทที่ Rocket Commerce ออกแบบมาเพื่อรองรับโดยเฉพาะ เพราะเชื่อมต่อเข้ากับ Rocket B2C CRM ได้อย่างไร้รอยต่อ
- ประเภทที่สองคือ B2B (Business to Business) ซึ่งมุ่งเน้นการค้าระหว่างธุรกิจกับธุรกิจ เช่น ผู้ผลิตขายสินค้าจำนวนมากให้กับร้านค้าปลีก
- ประเภทที่สามคือ C2C (Consumer to Consumer) เช่น เว็บประกาศขายของมือสองที่ผู้บริโภคซื้อขายกันเอง
- และประเภทที่สี่คือ C2B (Consumer to Business) เช่น การที่ผู้บริโภคเสนอขายงานหรือบริการให้กับธุรกิจ ผ่านแพลตฟอร์มฟรีแลนซ์ต่าง ๆ
ในประเทศไทย ส่วนใหญ่ธุรกิจ SME มักเริ่มจาก B2C เนื่องจากตรงกับพฤติกรรมผู้บริโภค และสามารถสร้างความแตกต่างได้ด้วยการออกแบบประสบการณ์ลูกค้าบนเว็บไซต์ที่เชื่อมโยงกับระบบ CRM
ข้อดีของเว็บไซต์ e commerce
ข้อดีสำคัญของการมีเว็บไซต์ e commerce คือแบรนด์สามารถสร้าง “ร้านค้าออนไลน์ของตัวเอง” ได้เต็มรูปแบบ ควบคุมได้ทั้งการออกแบบ UX/UI ช่องทางชำระเงิน และระบบสะสมแต้ม ลูกค้ารู้สึกถึงความเป็นมืออาชีพมากกว่าเพียงการขายผ่านโซเชียลหรือมาร์เก็ตเพลส อีกทั้งยังสามารถเก็บข้อมูลลูกค้าแบบ First-party Data ซึ่งต่อยอดสู่การทำ Personalized Marketing ได้ง่ายขึ้น เมื่อเชื่อมกับ Rocket B2C CRM ข้อมูลทั้งหมดจะถูกรวมเข้าสู่ระบบและสามารถนำมาใช้สร้าง Loyalty Program หรือแคมเปญอัตโนมัติได้ทันที
ลงทะเบียนติดต่อนัด Demo ออนไลน์ฟรี 15 นาที
ข้อเสียของเว็บไซต์ e commerce
อย่างไรก็ตาม การมีเว็บไซต์ e commerce ก็มีข้อเสียที่ต้องระวัง เช่น ค่าใช้จ่ายในการพัฒนาเว็บไซต์ การตลาดเพื่อดึงทราฟฟิกเข้ามา และการดูแลระบบหลังบ้านที่อาจซับซ้อนกว่าแพลตฟอร์มสำเร็จรูป หากแบรนด์ไม่มีทีมที่เชี่ยวชาญ การเริ่มต้นอาจล่าช้า แต่หากเลือกใช้ Rocket Commerce ซึ่งเชื่อมกับ Rocket B2C CRM อยู่แล้ว ข้อเสียเหล่านี้สามารถลดลงได้มาก เพราะมีทั้งระบบหลังบ้านพร้อมใช้ ฟีเจอร์ CRM และ Loyalty Program รวมถึงระบบอัตโนมัติที่ช่วยลดภาระทีมงาน
สรุป
เว็บไซต์ e commerce คือกุญแจสำคัญในการสร้างยอดขายโดยตรงและสร้างความสัมพันธ์ระยะยาวกับลูกค้า แต่ละประเภทมีรูปแบบการใช้งานต่างกัน และทุกประเภทต่างมีข้อดีข้อเสียที่ต้องพิจารณา สำหรับธุรกิจที่เน้น B2C การผสาน Rocket Commerce เข้ากับ Rocket B2C CRM คือทางออกที่ช่วยให้คุณได้ทั้งเว็บไซต์ที่ขายของได้จริง และระบบ CRM ที่ช่วยเพิ่มมูลค่าลูกค้าในระยะยาว ติดต่อการเว็ปขายของออนไลน์ได้ที่ https://rocket.in.th/loyalty-crm/
ลงทะเบียนติดต่อนัด Demo ออนไลน์ฟรี 15 นาที
Rocket Loyalty CRM
เพิ่มยอดขายและลูกค้าประจำด้วย Rocket Loyalty CRM บริหารและแบ่งระดับสมาชิก สร้างของรางวัล คูปองและกระตุ้นยอดขาย ประทับใจลูกค้าไม่แพ้บริษัทยักษ์ใหญ่
