---
title: "ประกาศความเป็นส่วนตัว (สำหรับบุคคลที่ติดต่อกับบริษัท)"
description: "ประกาศความเป็นส่วนตัวของบริษัท ร็อคเก็ต อินโนเวชั่น จำกัด สำหรับบุคคลที่ติดต่อกับบริษัท ตาม พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562"
canonical_url: "https://rocket.in.th/privacy"
---
# ประกาศความเป็นส่วนตัว (สำหรับบุคคลที่ติดต่อกับบริษัท)

ประกาศความเป็นส่วนตัวของบริษัท ร็อคเก็ต อินโนเวชั่น จำกัด สำหรับบุคคลที่ติดต่อกับบริษัท ตาม พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562

ประกาศนี้ใช้กับลูกค้า คู่ค้า ผู้รับเหมา พันธมิตร และบุคคลอื่นที่ติดต่อกับบริษัท อัปเดตล่าสุด 1 เมษายน 2567

## ประกาศความเป็นส่วนตัว (สำหรับบุคคลที่ติดต่อกับบริษัท)

บริษัท ร็อคเก็ต อินโนเวชั่น จำกัด (“บริษัท”) ให้ความสำคัญและเคารพความเป็นส่วนตัว อีกทั้งมุ่งมั่นที่จะคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน (“ข้อมูลส่วนบุคคล”) ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 และฉบับปรับปรุงแก้ไขตามที่จะมีการแก้ไขเพิ่มเติม (“พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล”) รวมถึงกฎหมาย และกฎระเบียบอื่นๆ ที่มีการประกาศใช้ภายใต้พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าว ดังนั้น บริษัทจึงจัดทำประกาศความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ขึ้น เพื่อแจ้งให้ท่านทราบรายละเอียดเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือ เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน

ข้อมูลส่วนบุคคล หมายถึง ข้อมูลเกี่ยวกับบุคคล ซึ่งทำให้สามารถระบุตัวบุคคลนั้นได้ ไม่ว่าทางตรง หรือทางอ้อม แต่ไม่รวมถึงข้อมูลของผู้ถึงแก่กรรมโดยเฉพาะ

## 1. วัตถุประสงค์ของการเก็บรวบรวม การใช้ และการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัทจะเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเท่าที่จำเป็นภายใต้วัตถุประสงค์อันชอบด้วยกฎหมายของบริษัท โดยมีวัตถุประสงค์หลักดังต่อไปนี้

- เพื่อการทำสัญญาและการปฏิบัติตามสัญญา หรือเป็นการดำเนินการตามคำขอของท่านก่อนที่บริษัทจะเข้าทำสัญญากับท่าน รวมถึงใช้ในการจัดทำใบเสนอราคาและหนังสือสัญญา

- เพื่อใช้ในการประมวลผลข้อมูลการชำระเงิน เรียกเก็บเงินหรือจ่ายเงิน รวมถึงวัตถุประสงค์ทางบัญชีและการจัดการทางบัญชี การสอบบัญชีของบริษัท ออกใบกำกับภาษี หรือกรณีการติดตามทวงหนี้

- เพื่อเป็นฐานข้อมูล เพื่อทำการประเมินคู่ค้า พันธมิตรทางธุรกิจ

- เพื่อใช้ในการยืนยันตัวตนและเป็นข้อมูลในการติดต่อธุรกิจ

- เพื่อการประเมินผลการปฏิบัติงาน การรายงานภายใน การวิเคราะห์ข้อมูล และการจัดการงานตามสัญญาจ้าง

- เพื่อการปฏิบัติตามกฎระเบียบ และการตรวจสอบธุรกิจของบริษัท (ทั้งภายในและภายนอก)

- เพื่อการรักษาความปลอดภัยของบริษัท

- เพื่อประโยชน์อันชอบด้วยกฎหมายอื่นๆ ของบริษัท เว้นแต่ประโยชน์ดังกล่าวมีความสำคัญน้อยกว่าสิทธิขั้นพื้นฐานในข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน

- เพื่อวัตถุประสงค์ใดวัตถุประสงค์หนึ่งโดยเฉพาะ ตามความยินยอมที่ท่านให้แก่บริษัทในการเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน

ทั้งนี้ ฐานทางกฎหมายที่บริษัทใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลได้แก่ ฐานสัญญา ฐานประโยชน์อันชอบธรรมของบริษัท ฐานจำเป็นในการปฏิบัติตามกฎหมาย ฐานความยินยอม (ในกรณีที่ต้องมีความยินยอม)

## 2. แหล่งข้อมูลและประเภทของข้อมูลส่วนบุคคลที่เก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผย

### 2.1 แหล่งข้อมูลที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัทเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจากแหล่งข้อมูลต่างๆ เช่น

- ข้อมูลที่ได้จากท่านโดยตรง ซึ่งได้จากการที่ท่านเข้าเป็นผู้รับเหมา คู่ค้า หรือพันธมิตรทางธุรกิจกับบริษัท หรือเป็นข้อมูลที่ท่านได้ให้กับบริษัทไว้เอง

- ข้อมูลที่บริษัทได้รับจากบุคคลภายนอก ซึ่งได้จากการที่ท่านเข้าเป็นคู่ค้าหรือพันธมิตรทางธุรกิจกับบริษัท เช่น ข้อมูลเครดิต ข้อมูลทางการค้า ข้อมูลจากลูกค้าของบริษัทหรือลูกค้าของท่าน ข้อมูลจากหน่วยงานที่บังคับใช้กฎหมาย เป็นต้น

- การสนทนาระหว่างท่านและบริษัท รวมถึงบันทึกการสนทนาผ่านทางโทรศัพท์ จดหมาย อีเมล บันทึกข้อความ บทสนทนาระหว่างการเยี่ยมชมสำนักงาน หรือวิธีการอื่นใด

- ข้อมูลที่บริษัทได้รับ หรืออาจได้รับเมื่อท่านใช้งานเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชั่นของบริษัท และ/หรือ

- เมื่อท่านทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านปรากฏแก่สาธารณะอย่างชัดแจ้ง รวมถึงการเปิดเผยข้อมูลผ่านทางสื่อสังคม (Social Media) ในกรณีดังกล่าว บริษัทจะเลือกเก็บรวบรวมเฉพาะข้อมูลที่ท่านเลือกให้ปรากฏต่อสาธารณะเท่านั้น

### 2.2 ประเภทของข้อมูลส่วนบุคคลที่เก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผย

- ข้อมูลส่วนตัว: ชื่อ นามสกุล เพศ วันเดือนปีเกิด หมายเลขบัตรประจำตัวประชาชน หมายเลขหนังสือเดินทาง หมายเลขอื่นๆ ที่ออกโดยราชการ รวมถึงข้อมูลส่วนตัวที่ปรากฏอยู่บนเอกสารที่ออกโดยราชการเพื่อใช้ในการยืนยันตัวตน เอกสารสำคัญของนิติบุคคลที่ราชการออกให้ (กรณีนิติบุคคล) หมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษี สัญชาติ รูปภาพหรือรูปถ่ายที่ปรากฏบนบัตรประจำตัวประชาชน หนังสือเดินทาง ใบอนุญาตขับขี่ ลายมือชื่อ ข้อมูลการยืนยันตัวตน ภาพถ่าย ภาพหรือบันทึกจากกล้องวงจรปิด (CCTV) หรืออื่นๆ ตามที่ได้ร้องขอ

- ข้อมูลการติดต่อ: ที่อยู่ สถานที่ติดต่อ หมายเลขโทรศัพท์ อีเมล

- ข้อมูลทางการเงิน: ข้อมูลบัญชีธนาคาร ที่อยู่สำหรับเรียกเก็บเงิน เลขที่บัตรเครดิตและชื่อผู้ถือบัตร และรายละเอียดของบัตรเครดิต

- ข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์: ที่อยู่ IP คุกกี้ บันทึกกิจกรรม

บริษัทอาจเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหวของท่านบางประเภท เพื่อใช้ในการทำสัญญาเพื่อเป็นคู่ค้าหรือพันธมิตรทางธุรกิจกับบริษัท อย่างไรก็ตาม บริษัทจะไม่เก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลประเภทนี้โดยไม่ได้รับความยินยอมโดยชัดแจ้งจากท่าน เว้นแต่ในกรณีที่กฎหมายอนุญาตให้สามารถกระทำได้

### 2.3 การปฏิเสธที่จะให้ข้อมูลส่วนบุคคลแก่บริษัท

ในกรณีที่บริษัทจำเป็นต้องเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน แต่ท่านไม่ให้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านแก่บริษัท บริษัทอาจปฏิเสธการดำเนินการอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น กรณีที่ท่านต้องให้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพื่อเข้าทำสัญญา ท่านอาจไม่สามารถเข้าทำสัญญากับบริษัทได้ เป็นต้น

### 2.4 การเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัทจะเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไว้ตราบเท่าที่จำเป็น เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลดังกล่าว โดยบริษัทจะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไว้เป็นระยะเวลาประมาณ 10 ปี นับจากวันที่ความสัมพันธ์ระหว่างท่านกับบริษัทสิ้นสุดลง โดยบริษัทจะทำลาย ลบ หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวบุคคลว่าเป็นท่านได้ เว้นแต่ในกรณีที่มีเหตุจำเป็นทางกฎหมาย บริษัทอาจเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไว้นานกว่าระยะเวลาที่ระบุไว้ข้างต้น

## 4. การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัทอาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้บุคคลที่สาม เช่น ผู้ให้บริการและที่ปรึกษาทางวิชาชีพ เพื่อวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้

- เพื่อให้สอดคล้องกับข้อกำหนดทางกฎหมายใดๆ ที่ใช้บังคับ หรือข้อกำหนดในการให้บริการและข้อตกลงอื่นๆ

- เพื่อปกป้องสิทธิ ทรัพย์สิน และความปลอดภัยของบริษัท ตลอดจนสิทธิ ทรัพย์สิน และความปลอดภัยของบริษัทในเครือ

- เพื่อดำเนินการที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการทางกฎหมายหรือการดำเนินคดีทางกฎหมาย

- เพื่อดำเนินการเกี่ยวกับการทำธุรกรรมทางธุรกิจ (เช่น การซื้อ การขาย การเช่า การควบกิจการหรือการรวมกิจการหรือการได้มา การจำหน่ายหรือการจัดหาเงินทุนขององค์กรหรือส่วนหนึ่งส่วนใดขององค์กรหรือธุรกิจใดๆ หรือทรัพย์สินขององค์กร) ที่บริษัทเป็นคู่สัญญาฝ่ายหนึ่งหรืออาจต้องเป็นคู่สัญญา

ทั้งนี้ บริษัทอาจเปิดเผยหรือส่งต่อข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้แก่บุคคลภายนอกอื่นๆ ดังต่อไปนี้

- ผู้รับเหมาช่วง นายหน้า หรือผู้ให้บริการใดๆ ที่ทำงานหรือให้บริการแก่บริษัท เช่น ผู้ขนส่ง ผู้ให้บริการเกี่ยวกับการประชาสัมพันธ์ และผู้ดูแลความปลอดภัยของบริษัท เป็นต้น ทั้งนี้ รวมถึงผู้รับเหมาช่วง ผู้ให้บริการ ผู้บังคับบัญชา และผู้ปฏิบัติงานของบุคคลดังกล่าว

- หน่วยงานรัฐต่างๆ เพื่อการยื่นขออนุญาต หรือเพื่อการปฏิบัติตามกฎหมายของบริษัท

- หน่วยงานที่บังคับใช้กฎหมาย รัฐบาล ศาล หน่วยงานระงับข้อพิพาท ผู้มีอำนาจควบคุมของบริษัท ผู้ตรวจสอบบัญชีและบุคคลใดๆ ซึ่งแต่งตั้งหรือร้องขอโดยผู้มีอำนาจควบคุมของบริษัท ให้ทำการตรวจสอบกิจกรรมการดำเนินงานของบริษัท

- ผู้ตรวจสอบบัญชีและผู้ตรวจสอบอื่นใด ซึ่งได้รับแต่งตั้งหรือร้องขอโดยผู้มีอำนาจควบคุมของบริษัท ให้ทำการตรวจสอบกิจกรรมการดำเนินงานของบริษัท เช่นกระบวนการรับรองของ ISO เป็นต้น

- ผู้ได้รับมอบหมายให้จัดการดูแลผลประโยชน์ใดๆ ของท่าน

- บุคคล หรือบริษัทใดๆ ซึ่งเกี่ยวข้องกับการปรับโครงสร้างบริษัท การควบรวม หรือเข้าถือครองกิจการที่เกิดขึ้นหรืออาจเกิดขึ้น โดยรวมถึงการโอนสิทธิหรือหน้าที่ใดๆ ซึ่งบริษัทมีอยู่ภายใต้สัญญาที่ทำขึ้นระหว่างบริษัทและท่าน

- บุคคลอื่นใดซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับข้อพิพาทใดๆ ที่เกิดขึ้น รวมถึงข้อพิพาทที่เกี่ยวข้องกับการทำธุรกรรม

- หน่วยงานป้องกันการทุจริตซึ่งใช้ข้อมูลดังกล่าวเพื่อสืบหาและป้องกันการทุจริต และอาชญากรรมทางการเงินอื่นๆ

- สถาบันทางการเงิน และผู้ให้บริการรับชำระเงิน

- คนกลาง บุคคลผู้ติดต่อ และตัวแทนของท่าน

- บุคคลใดๆ ที่ออกคำสั่งหรือบริหารจัดการบัญชีและสินค้าของท่าน หรือบริการในนามของท่าน (เช่น ผู้รับมอบอำนาจ ทนายความ เป็นต้น) และ/หรือ

- บุคคลใดๆ ที่บริษัทได้รับคำสั่งจากท่านให้เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้กับบุคคลดังกล่าว

ในกรณีที่บริษัทจำเป็นต้องส่งข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้แก่ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของบริษัท บริษัทจะเข้าทำข้อตกลงกับผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวเพื่อให้ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลมีมาตรการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเพียงพอที่จะสามารถบังคับใช้สิทธิของท่านได้ รวมทั้งมีมาตรการเยียวยาตามกฎหมายที่จะบังคับใช้ได้

## 5. การส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปยังต่างประเทศ

บริษัทอาจต้องส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปยังต่างประเทศ เพื่อจัดเก็บและ/หรือเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผย เพื่อการปฏิบัติตามสัญญาที่ทำขึ้นระหว่างท่านและบริษัท โดยบริษัทจะไม่อนุญาตให้บุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าว

ทั้งนี้ บริษัทจะดำเนินการส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลให้เป็นไปตามที่พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนด และจะดำเนินการให้มีมาตรการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลตามที่จำเป็นและเหมาะสม

## 6. สิทธิของท่าน

ท่านมีสิทธิที่ได้รับการคุ้มครองตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ดังต่อไปนี้

- สิทธิในการขอถอนความยินยอม

- สิทธิในการขอเข้าถึงและรับสำเนาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่บริษัทจัดเก็บไว้ หรือขอให้เปิดเผยถึงการได้มาซึ่งข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวที่ตนไม่ได้ให้ความยินยอม

- สิทธิในการขอรับข้อมูลส่วนบุคคล และขอให้บริษัทส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปยังผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลอื่น

- สิทธิในการคัดค้านการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล

- สิทธิในการขอให้บริษัทลบหรือทำลาย หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลกลายเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถใช้ระบุตัวตนได้

- สิทธิขอให้บริษัทระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคล

- สิทธิในการขอให้บริษัทปรับปรุงข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน

## 7. ความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน

บริษัทให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเป็นอย่างยิ่ง บริษัทจะตรวจสอบและใช้มาตรการรักษาความปลอดภัยขององค์กร ทั้งทางกายภาพและทางเทคนิคที่เหมาะสมอยู่เสมอ ในการจัดเก็บและเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน เพื่อให้มั่นใจว่าข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจะไม่สูญหาย ถูกทำลายโดยไม่ตั้งใจ ถูกเปิดเผย และนำไปใช้ในทางที่ผิดวัตถุประสงค์ หรือเข้าถึงโดยบุคคลอื่นที่ไม่ใช่พนักงานหรือผู้เก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่ปฏิบัติหน้าที่ตามคำสั่งของบริษัท

## 8. การจัดการกับเรื่องร้องเรียน หรือข้อสงสัย

ท่านสามารถติดต่อบริษัทเพื่อร้องเรียนเกี่ยวกับวิธีการที่บริษัทเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน หรือสอบถามข้อสงสัยได้ที่ช่องทาง ดังต่อไปนี้

ชื่อ: บริษัท ร็อคเก็ต อินโนเวชั่น จำกัด
สถานที่ติดต่อ: 101 อาคารโมบิคอม 3 ชั้น 5 ซอยพระพินิจ ถนนนราธิวาสราชนครินทร์ แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพฯ 10120
เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล: info@rocket.in.th

ในกรณีที่บริษัทหรือลูกจ้างหรือพนักงานของบริษัทฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ท่านสามารถร้องเรียนต่อ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล 120 หมู่ 3 ชั้น 6-9 อาคารรัฐประศาสนภักดี ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210 โทร: 02-142-1033 Email: pdpc@mdes.go.th

## 9. การแก้ไขประกาศความเป็นส่วนตัว

บริษัทจะทบทวนประกาศความเป็นส่วนตัวฉบับนี้อย่างสม่ำเสมอและอาจมีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงตามความจำเป็น

พนักงานที่เกี่ยวข้องมีหน้าที่ต้องแจ้งให้บุคคลที่สามทราบเกี่ยวกับประกาศฉบับนี้

ประกาศความเป็นส่วนตัวนี้แก้ไขครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 1 เมษายน 2567



## Sitemap

- [llms.txt](https://rocket.in.th/llms.txt)

- [sitemap.md](https://rocket.in.th/sitemap.md)
