Logo
Thai

Marketing

Consumer Behavior เทรนด์ในปี 2026

เราจะมาสำรวจเทรนด์ผู้บริโภคและวัฒนธรรมที่สำคัญ ซึ่งจะกำหนดรูปแบบพฤติกรรมการใช้ชีวิตโดยเฉพาะในปี 2569

consumer-behavior

เทรนด์ Consumer Behavior กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในปี 2569 ซึ่งได้รับแรงผลักดันจากความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี และการให้ความสำคัญกับความยั่งยืนที่เพิ่มมากขึ้น สำหรับนักการตลาดและแบรนด์ต่างๆ การติดตามเทรนด์เหล่านี้เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งต่อการรักษาความเกี่ยวข้องและมีส่วนร่วมกับลูกค้าอย่างมีความหมาย ในบทความนี้ เราจะมาสำรวจเทรนด์ผู้บริโภคและวัฒนธรรมที่สำคัญ ซึ่งจะกำหนดรูปแบบพฤติกรรมการใช้ชีวิต

อะไรคือสิ่งที่ขับเคลื่อนเทรนด์ของ Consumer Behavior?

พฤติกรรมผู้บริโภคได้รับอิทธิพลจากปัจจัยขับเคลื่อนหลายประการ ซึ่งรวมถึงการเปลี่ยนแปลงทางสังคม เช่น ความต้องการความยั่งยืนที่เพิ่มมากขึ้น ผลกระทบของเทคโนโลยีต่อไลฟ์สไตล์ และความสำคัญที่เพิ่มขึ้นของการเชื่อมต่อทางอารมณ์กับแบรนด์ต่างๆ ผู้บริโภคในปี 2569 จะมองหาแบรนด์ที่ไม่เพียงแต่นำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ดี แต่ยังสอดคล้องกับค่านิยมและอารมณ์ส่วนตัวของพวกเขาด้วย ดังนั้น การทำความเข้าใจสิ่งที่กระตุ้นพฤติกรรมผู้บริโภคจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งสำหรับธุรกิจที่ต้องการเติบโต

ผลกระทบแห่งการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี

consumer-behavior-factor

เทคโนโลยีไม่ได้เปลี่ยนแปลงแค่เพียงวิธีการจับจ่ายใช้สอยของเราเท่านั้น แต่ยังรวมถึงวิถีชีวิตของเราด้วย ในปี 2569 แบรนด์ต่างๆ ต้องใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีเพื่อสร้างประสบการณ์เฉพาะบุคคล และใช้ประโยชน์จากเทรนด์ต่างๆ เช่น การบริการลูกค้าที่ขับเคลื่อนด้วย AI และการช้อปปิ้งเสมือนจริง จากรายงานระบุว่าเทคโนโลยีจะยังคงมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจของผู้บริโภคผ่านการเล่าเรื่องที่กระตุ้นอารมณ์ การนำเสนอผลิตภัณฑ์อย่างมีจริยธรรม และการผสมผสานประสบการณ์ทางกายภาพและดิจิทัลเข้าด้วยกัน กุญแจสำคัญสำหรับนักการตลาดคือการเป็นผู้นำในการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ นำเสนอโซลูชันที่เป็นนวัตกรรมใหม่และมีความรับผิดชอบควบคู่กันไป

10 เทรนด์ของ Consumer Behavior: เทรนด์ไลฟ์สไตล์ปี 2025

type-of-consumer behavior

Emotioneering: การออกแบบอารมณ์เพื่อการสร้างแบรนด์

ในปี 2025 แบรนด์ต่างๆ จะมุ่งเน้นไปที่ "Emotioneering" ซึ่งเป็นกระบวนการออกแบบประสบการณ์ที่กระตุ้นการตอบสนองทางอารมณ์อย่าง mạnh mẽ ตัวอย่างเช่น แคมเปญ "Dream Crazy" ของ Nike กับ Colin Kaepernick สร้างอารมณ์ที่รุนแรง ทั้งด้านบวกและด้านลบ แต่ก็ทำให้จุดยืนของแบรนด์ในประเด็นทางสังคมแข็งแกร่งขึ้น แบรนด์ต่างๆ จำเป็นต้องออกแบบอารมณ์ที่รุนแรงรอบๆ อัตลักษณ์ของตน ไม่ว่าจะเป็นความสุข ความตื่นเต้น หรือแม้แต่ความโกรธแค้น ซึ่งจะสอดคล้องกับกลุ่มเป้าหมายของพวกเขา

Collective Recharge: เทรนด์สี Pantone ประจำปี 2025 สะท้อนถึงธรรมชาติที่อบอุ่น

เทรนด์สี Pantone ประจำปี 2025 คือ "Collective Recharge" สะท้อนถึงความปรารถนาร่วมกันที่จะหยุดพักและเชื่อมต่อกับธรรมชาติอีกครั้ง แบรนด์ต่างๆ เช่น IKEA ได้ใช้ประโยชน์จากสิ่งนี้ นำเสนอผลิตภัณฑ์สำหรับบ้านที่นำองค์ประกอบทางธรรมชาติมาไว้ภายในบ้าน สร้างพื้นที่ให้ผู้คนได้ผ่อนคลายและเติมพลัง โทนสีอบอุ่นแบบดินที่กำหนดเทรนด์นี้ ให้นักการตลาดใช้ภาษาภาพเพื่อสื่อสารถึงความสงบ ความสมดุล และการใช้ชีวิตอย่างยั่งยืน

Climate-adaptive Lives: กลยุทธ์ทางธุรกิจในยุคโลกร้อน

การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกำลังเปลี่ยนแปลงลำดับความสำคัญของผู้บริโภค ทำให้เกิดความต้องการกลยุทธ์ที่ปรับตัวต่อสภาพภูมิอากาศ บริษัทต่างๆ เช่น Patagonia ซึ่งเป็นที่รู้จักจากการเคลื่อนไหวด้านสิ่งแวดล้อม กำลังกำหนดมาตรฐานสำหรับรูปแบบธุรกิจที่ยืดหยุ่นต่อสภาพภูมิอากาศ แบรนด์ที่สร้างความยั่งยืนให้เป็นแกนหลัก ตั้งแต่วัสดุของผลิตภัณฑ์ไปจนถึงการดำเนินธุรกิจ ไม่เพียงแต่จะตอบสนองความคาดหวังของผู้บริโภคเท่านั้น แต่ยังทำให้ธุรกิจของพวกเขามีความยั่งยืนในอนาคตอีกด้วย

The New Etiquette: การรักษากฎกติกาเพื่อลูกค้าที่มีมารยาท

ด้วยการเพิ่มขึ้นของการปฏิสัมพันธ์ทางออนไลน์ ทำให้มีความต้องการพฤติกรรมที่สุภาพและให้เกียรติกันในพื้นที่ดิจิทัลมากขึ้น แบรนด์ที่ส่งเสริมการสนทนาอย่างให้เกียรติ เช่น Airbnb ซึ่งสนับสนุนให้เจ้าของที่พักและแขกปฏิบัติตามแนวทางมารยาท จะโดดเด่นขึ้น เทรนด์ของ "The New Etiquette" เน้นย้ำถึงความสำคัญของการรักษาการสื่อสารในเชิงบวกและให้เกียรติกับลูกค้า ทั้งทางออนไลน์และออฟไลน์

Prosocial Effervescence: รวมตัวกันเพื่อเปิดประสบการณ์ใหม่

การระบาดใหญ่ทำให้การเข้าสังคมมีความตั้งใจมากขึ้น และผู้บริโภคให้ความสำคัญกับการมารวมตัวกันเพื่อประสบการณ์ที่มีความหมายร่วมกัน เทรนด์นี้เรียกว่า "Prosocial Effervescence" ได้รับการยอมรับจากแบรนด์ต่างๆ เช่น Lululemon ซึ่งจัดกิจกรรมชุมชน เช่น การฝึกโยคะ เพื่อส่งเสริมความรู้สึกเป็นเจ้าของและมีจุดมุ่งหมายร่วมกัน แบรนด์ที่ส่งเสริมประสบการณ์เหล่านี้สามารถเพิ่มการเชื่อมต่อทางอารมณ์กับผู้บริโภคได้

Decelerating Hype Cycles: เทรนด์ของการไม่ตามเทรนด์

ในโลกที่เต็มไปด้วยเทรนด์ใหม่ๆ มากมาย ผู้บริโภคจำนวนมากเลือกที่จะ "ชะลอตัว" แทนที่จะไล่ตามกระแสล่าสุด แบรนด์ต่างๆ เช่น Allbirds มุ่งเน้นไปที่ความเรียบง่ายและการออกแบบที่ไร้กาลเวลา เคลื่อนตัวออกห่างจากแฟชั่นที่รวดเร็ว และนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่คงทน นักการตลาดสามารถใช้ประโยชน์จากสิ่งนี้ได้โดยการเน้นย้ำถึงความทนทาน ความยั่งยืน และคุณค่าระยะยาวในสิ่งที่พวกเขานำเสนอ

Lasting Ephemera: ความงามของความไม่จีรัง

แนวคิดของ "Lasting Ephemera" ยอมรับในความงามของความไม่จีรัง เช่นเดียวกับปรัชญา วาบิ-ซาบิ ของญี่ปุ่น แบรนด์ในอุตสาหกรรมแฟชั่นและความงาม เช่น Gucci กำลังนำปรัชญานี้มาใช้โดยการเฉลิมฉลองความไม่สมบูรณ์แบบและความเป็นของแท้ เทรนด์นี้ดึงดูดผู้บริโภคที่ให้คุณค่ากับสิ่งของที่ไม่เหมือนใคร ซึ่งมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวและบอกเล่าเรื่องราว

Luddite Mode: ความชื่นชอบในการใช้ชีวิตแบบออฟไลน์ของคนรุ่นใหม่

แม้ว่าเราจะอยู่ในโลกที่เชื่อมต่อกันแบบไฮเปอร์ แต่ก็มีเทรนด์ที่เพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่ม Gen Z ที่จะยอมรับ "Luddite Mode" และใช้เวลาแบบออฟไลน์ แบรนด์ต่างๆ เช่น Unplugged นำเสนอโปรแกรม Digital Detox Retreat ซึ่งตอบสนองความต้องการที่จะตัดการเชื่อมต่อ นักการตลาดสามารถสำรวจการสร้างประสบการณ์ที่ส่งเสริมความสมดุลและการมีสติ ซึ่งสอดคล้องกับความชื่นชอบแบบออฟไลน์ของกลุ่มประชากรนี้

Nature Rights: ความต้องการความยุติธรรมด้านสิ่งแวดล้อม

ผู้บริโภคสนับสนุน "Nature Rights" หรือสิทธิของธรรมชาติ เพิ่มมากขึ้น ซึ่งเกี่ยวข้องกับการตระหนักว่าสิ่งแวดล้อมมีสิทธิโดยธรรมชาติ เทรนด์นี้ผลักดันให้แบรนด์ต่างๆ เช่น The Body Shop นำแคมเปญที่สนับสนุนการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมมาใช้ นักการตลาดสามารถรวมโครงการริเริ่มที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและกลยุทธ์ที่เป็นมิตรกับธรรมชาติ เพื่อให้สอดคล้องกับค่านิยมของผู้บริโภคเกี่ยวกับความยั่งยืน

Intentional Communities: การนิยามใหม่ของครอบครัว

คำจำกัดความดั้งเดิมของครอบครัวกำลังเปลี่ยนไป โดยปัจจุบันผู้คนจำนวนมากเลือก "Intentional Communities" ซึ่งเป็นกลุ่มคนที่อยู่ร่วมกันโดยมีพื้นฐานมาจากค่านิยมและเป้าหมายร่วมกัน แบรนด์ต่างๆ เช่น WeWork ได้ใช้ประโยชน์จากสิ่งนี้โดยการสร้างพื้นที่ทำงานร่วมกันที่ส่งเสริมความรู้สึกของชุมชน นักการตลาดควรมุ่งเน้นไปที่การสร้างประสบการณ์และผลิตภัณฑ์ที่ตอบสนองกลุ่มคนที่ใกล้ชิดกันแบบไม่ใช่ครอบครัวดั้งเดิมเหล่านี้

Consumer Behavior ในธุรกิจ E-Commerce

consumer-behavior-in-ecommerce

ในโลกของอีคอมเมิร์ซปัจจุบัน Consumer Behavior ได้รับแรงผลักดันจากปัจจัยสำคัญหลายประการ ได้แก่ ความสะดวกสบาย การปรับเปลี่ยนในแบบเฉพาะบุคคล และประสบการณ์ Omnichannel ที่ราบรื่น นักช้อปคาดหวังการเข้าถึงข้อมูลที่รวดเร็ว เว็บไซต์ที่ใช้งานง่าย และการทำธุรกรรมที่ราบรื่น ยิ่งไปกว่านั้น พวกเขามีแนวโน้มที่จะภักดีต่อแบรนด์ที่มอบคุณค่ามากกว่าแค่ตัวผลิตภัณฑ์ เช่น คำแนะนำส่วนบุคคล รางวัล และการบริการลูกค้าที่ยอดเยี่ยม

ผู้บริโภคในปัจจุบันมีช่วงความสนใจที่สั้นลง และมักเปรียบเทียบราคาในหลายแพลตฟอร์มก่อนตัดสินใจซื้อ รายงานของ McKinsey ชี้ให้เห็นว่า 75% ของผู้บริโภคได้ลองใช้แบรนด์ใหม่ในช่วงที่กำลังบูม และหลายคนถูกดึงดูดด้วยความพร้อมใช้งาน คุณค่า หรือความสะดวกสบาย การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภคนี้หมายความว่าธุรกิจอีคอมเมิร์ซต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อรักษาลูกค้า เนื่องจากการแข่งขันอยู่ห่างออกไปเพียงแค่คลิกเดียว

ในโลกของอีคอมเมิร์ซ ประสบการณ์ที่ราบรื่นและผสานรวมกันเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งต่อความพึงพอใจของลูกค้า Rocket CRM มีความโดดเด่นในการทำให้ทุกการโต้ตอบ ไม่ว่าจะเป็นการเรียกดูสินค้า การซื้อ หรือการสะสมแต้ม เป็นเรื่องที่เชื่อมโยงและคุ้มค่าสำหรับผู้ใช้ปลายทาง เมื่อลูกค้าสามารถสลับไปมาระหว่างโลกออนไลน์และออฟไลน์ได้อย่างราบรื่นโดยไม่สูญเสียสิทธิ์ในการเข้าถึงรางวัลหรือรายละเอียดบัญชี พวกเขามีแนวโน้มที่จะภักดีต่อแบรนด์มากขึ้น ลองนึกภาพลูกค้าที่ซื้อสินค้าออนไลน์เป็นประจำ แต่ต้องการคืนสินค้าในร้านค้า ด้วย Rocket CRM คะแนนสะสมของพวกเขาจะได้รับการอัปเดตแบบเรียลไทม์ ไม่ว่าธุรกรรมจะเกิดขึ้นที่ใด ทำให้ประสบการณ์ทั้งหมดราบรื่นและไม่ยุ่งยาก ความสอดคล้องนี้ช่วยรักษาลูกค้าโดยทำให้พวกเขารู้สึกมีคุณค่าและเป็นที่เข้าใจ

พฤติกรรมผู้บริโภคในอีคอมเมิร์ซมีการพัฒนาขึ้น โดยลูกค้าคาดหวังการโต้ตอบกับแบรนด์แบบเฉพาะบุคคล สะดวก และสม่ำเสมอ โปรแกรมสะสมคะแนนเช่น Rocket CRM ช่วยให้ธุรกิจไม่เพียงแต่ตอบสนองความคาดหวังเหล่านี้เท่านั้น แต่ยังเหนือกว่าด้วยการนำเสนอระบบแบบครบวงจรสำหรับรางวัลในทุกช่องทาง ไม่ว่าจะผ่าน Shopee, Lazada, Tiktok และ Line MyShop ด้วยการมอบประสบการณ์ส่วนบุคคล ส่งเสริมการซื้อซ้ำ และมอบการโต้ตอบแบบ Omnichannel ที่ราบรื่น Rocket CRM จึงเป็นเครื่องมืออันทรงพลังสำหรับแบรนด์ที่ต้องการสร้างความภักดีของลูกค้าในระยะยาวในตลาดอีคอมเมิร์ซที่มีการแข่งขันสูงในปัจจุบัน อ่านต่อได้ที่ https://rocket.in.th/loyalty-crm/

Rocket — Agentic Loyalty CRM แรกของโลก

Related articles

Our platform is designed to empower businesses of all sizes to work smarter and achieve their goals with confidence.

Tips and best practices for building a reliable and efficient task management process.

ขายของออนไลน์

การทำธุรกิจออนไลน์วันนี้ไม่ใช่เพียงการโพสต์สินค้าแล้วรอลูกค้าเท่านั้น แต่ต้องมีระบบคิดแบบมืออาชีพ

ขายของออนไลน์

12 ต.ค. 2568

Tips and best practices for building a reliable and efficient task management process.

Experience Marketing

12 ต.ค. 2568

ในยุคที่ผู้บริโภคมีตัวเลือกมากมายเพียงปลายนิ้วสัมผัส การสร้างความแตกต่างให้แบรนด์ไม่ใช่แค่การมีสินค้าดีหรือราคาที่แข่งขันได้เท่านั้น แต่คือการมอบ “ประสบการณ์”

Experience Marketing

12 มี.ค. 2568

Tips and best practices for building a reliable and efficient task management process.

online marketplace

12 มี.ค. 2568

ในยุคดิจิทัลที่การซื้อขายสินค้าออนไลน์กลายเป็นเรื่องปกติ หลายคนอาจสงสัยว่า "Online Marketplace" คืออะไร

online marketplace

ลูกค้าของคุณ กำลังรออยู่

ระบบสะสมแต้มครบวงจร พร้อม AI ดูแลลูกค้าทุกราย เริ่มใช้งานได้ภายใน 2 สัปดาห์

Image

ลูกค้าของคุณ กำลังรออยู่

ระบบสะสมแต้มครบวงจร พร้อม AI ดูแลลูกค้าทุกราย เริ่มใช้งานได้ภายใน 2 สัปดาห์

ลูกค้าของคุณ กำลังรออยู่

ระบบสะสมแต้มครบวงจร พร้อม AI ดูแลลูกค้าทุกราย เริ่มใช้งานได้ภายใน 2 สัปดาห์

Logo

World's first agentic Loyalty CRM

© 2026 Rocket Innovation Co. Ltd. All rights reserved.

Social Icon
Social Icon
Logo

World's first agentic Loyalty CRM

© 2026 Rocket Innovation Co. Ltd. All rights reserved.

Social Icon
Social Icon
Logo

World's first agentic Loyalty CRM

© 2026 Rocket Innovation Co. Ltd. All rights reserved.

Social Icon
Social Icon