World's first agentic loyalty.

  • Pricing
  • Blog
CRM

Customer Data Platform (CDP) คืออะไร? มาทำความรู้จัก CDP กัน (version-1)

ในโลกแห่งธุรกิจ มีข้อมูลก็เหมือนกับมีทรัพยากร เมื่อคุณมีข้อมูล คุณก็สามารถนำไปวิเคราะห์เพื่อพัฒนาต่อยอดสินค้าหรือบริการ และยังนำไปใช้กับการตลาดได้อย่างดีอีกด้วย เพราะคุณสามารถรู้ได้ถึงข้อมูลของลูกค้า ช่องทางการติดต่อ พฤติกรรม รวมไปถึงความสนใจของลูกค้า

แน่นอนว่าในปัจจุบันการตลาดในรูปแบบนี้ก็มีตัวช่วย ที่จะคอยช่วยเก็บข้อมูลของลูกค้า เครื่องมือนี้ก็คือ CDP หรือ Customer Data Platform ซึ่ง CDP คือ ระบบจัดการข้อมูลนั่นเอง แต่ CDP Platform จะช่วยเหลือธุรกิจของคุณได้อย่างไร และเหมือนหรือแตกต่างกับ DMP อย่างไรบ้าง เชิญติดตามต่อได้เลย

ยาวไปไม่อ่าน คลิกเลือกหัวข้อเลย

[lwptoc]

CDP (Customer Data Platform) คืออะไร?

พื้นฐาน และประโยชน์ของ cdp

CDP (Customer Data Platform) คือ โปรแกรมในการเก็บรวมรวบข้อมูลของลูกค้า ใช้เพื่อรวบรวมและจัดกลุ่มข้อมูลของลูกค้าเข้าด้วยกันรวมเป็นโปรไฟล์ของลูกค้าคนหนึ่ง ซึ่งจะมีความคล้ายคลึงกับ DMP หรือ Data Management Platform แต่ก็ความแตกต่างกันที่่ชัดเจนอยู่

โดย CDP Platform เป็นส่วนสำคัญในการทำ Digital Marketing เพราะจะมีการเก็บข้อมูลที่รอบด้าน ทั้งการทำธุรกรรม พฤติกรรมต่างๆ ทำให้รู้ได้ถึงความแตกต่างของแต่ละบุคคล ต่อยอดไปถึงการสร้างความสนใจ และการซื้อสินค้าหรือบริการที่เฉพาะเจาะจงแต่ละกลุ่ม

เพื่อลดปัญหาความลำบากในการวิเคราะห์ข้อมูลที่ทำได้เพียงคาดคะเน หลายๆธุรกิจจึงได้นำ Customer Data Platform ไปใช้เพื่อช่วยให้ธุรกิจทำการตลาดได้ง่ายดายและได้ผลลัพธ์ที่ดีมากยิ่งขึ้น

CDP DMP CRM แตกต่างกันอย่างไร แล้วอย่างไหนที่ธุรกิจของคุณต้องการ

ความแตกต่างของ dmp และ cdp

แน่นอนว่าในปัจจุบัน เครื่องมือการตลาดดิจิทัลที่ช่วยในเรื่องของการจัดเก็บ Data หรือ ข้อมูล นั้นมีหลากหลาย และที่ได้ยินคุ้นหูคุ้นตากันบ่อยๆ คงหนีไม่พ้น CDP (Customer Data Platform), DMP (Data Management Platform และ CRM (Customer Relationship Management)

โดยแต่ละชนิดก็มีความแตกต่างกันไป ซึ่ง CDP และ DMP แตกต่างกันดังนี้

  • CDP นั้นมีอิทธิต่อตลาดในทุกๆประเภท แต่ DMP มีอิทธิผลต่อการโฆษณาเพื่อกำหนดเป้าหมายให้ดีขึ้นเท่านั้น

  • CDP รวบรวมข้อมูลโดยตรงจากแหล่งที่มาซึ่งเป็นของบุคคลหนึ่งเท่านั้น แต่ DMP รวบรวมข้อมูลจากแหล่งอื่นที่ไม่ได้ตรงกับบุคคล แต่เป็นเหล่าบุคคลที่สาม

  • CDP เก็บข้อมูลเฉพาะของบุคคล เช่น ชื่อ ที่อยู่ ช่องทางการติดต่อ แต่ DMP จะเก็บข้อมูลจากแหล่งที่ไม่ระบุตัวตนอย่าง IP หรือ Cookie

  • CDP นั้นจะเก็บรวบรวมข้อมูลในระยะยาวเพื่อให้ได้ข้อมูลเชิงลึกและแม่นยำ แต่ DMP จะเก็บข้อมูลในช่วงที่สั้น เพื่อให้เพียงพอต่อการกำหนดเป้าหมายโฆษณาและสร้างผู้ชมที่มีความคล้ายกัน

สำหรับ CDP และ CRM นั้นเป็นไปในทางที่คอยสนับสนุนช่วยเหลือกัน และสำหรับ CRM บางตัวยังมีระบบ CDP เป็นหนึ่งในฟีเจอร์ด้วยซ้ำไป โดย CDP จะเป็นระบบที่คอยช่วยเรื่องเก็บข้อมูล และ CRM จะเป็นการใช้ข้อมูลที่ได้มาในการทำการตลาดในรูปแบบต่างๆ เช่น การสะสมแต้ม การแบ่งกลุ่มลูกค้า หรือแคมเปญการตลาดอื่นๆนั่นเอง

เพราะปัจจุบัน SaaS (Software as a Service) ที่เป็น Management Platform อย่าง CDP และ CRM จะช่วยให้ธุรกิจของคุณทำยอดถึงเป้าและเติบโตได้ไวมากยิ่งขึ้น

CDP รวบรวมและจัดเก็บข้อมูลอะไรได้บ้าง?

cdp รวบรวม จัดเก็ยข้อมูลอะไร

อย่างที่ทราบกันไปแล้วว่า CDP เป็นเครื่องมือที่มีไว้เก็บ Customer Data หรือข้อมูลของลูกค้า แต่จะมีข้อมูลอะไรบ้าง ก็สามารถแบ่งออกมาได้ตามนี้

1. ข้อมูลประจำตัวลูกค้า (Identity Data)

ข้อมูลที่เป็นรากฐานเฉพาะของลูกค้าได้แก่

  • ชื่อ นามสกุล

  • อายุ เพศ

  • ที่อยู่

  • เบอร์โทรศัพท์ อีเมล

  • ช่องทาง Social Media

  • ตำแหน่งหน้าที่การงาน

  • ID หรือ หมายเลขประจำตัวผู้ใช้งาน

ข้อมูลเหล่านี้จะทำให้คุณสามารถจัดการกับข้อมูลส่วนตัวของลูกค้า และจัดกลุ่มหรือประเภทของลูกค้า ทำให้บริหารจัดการธุรกิจได้ดีมากยิ่งขึ้น

2. ข้อมูลเชิงลึกที่ขยายลักษณะเฉพาะของลูกค้า (Descriptive Data)

เป็นข้อมูลที่ช่วยขยายลักษณะเฉพาะของลูกค้าให้ชัดเจน เพื่อให้เห็นความต้องการ และพฤติกรรมของลูกค้าแต่ละราย โดยสามารถนำข้อมูลแต่ละแบบไปปรับใช้ให้ตรงกับประเภทของธุรกิจ ประกอบไปด้วย

  • ข้อมูลของการทำงาน: สถานที่ทำงาน รายได้ ระดับงาน

  • ไลฟ์สไตล์: ลักษณะที่อยู่อาศัย ประเภทของยานพาหนะ

  • ครอบครัว: สถานภาพการสมรส จำนวนบุตร

  • กิจกรรมอื่นๆ: การสมัครสมาชิกฟิตเนส กิจกรรมยามว่าง และความสนใจอื่นๆ

3. ข้อมูลเชิงปริมาณหรือเชิงพฤติกรรม (Quantitative or Behavioral Data)

ข้อมูลนี้ทำให้ทราบได้ว่าลูกค้าแต่ละคนมีส่วนร่วมกับธุรกิจหรือร้านค้าอย่างไร ด้วยข้อมูลที่ประกอบไปด้วย

  • ประเภทและจำนวนของสินค้าที่อุดหนุน และวันที่ทำการจับจ่าย

  • จำนวนครั้ง ความถี่ในการซื้อสินค้าหรือบริการ

  • มูลค่าการใช้จ่าย

  • การมีปฏิสัมพันธ์กับธุรกิจหรือร้านค้า เช่น การเปิดอีเมล การตอบกลับร้านค้า

  • เก็บข้อมูลการเข้าชมเว็บไซต์ การดูสินค้าและบริการ และการมีส่วนร่วมทาง Social Media

  • ข้อมูลการสื่อสาร กับทั้งธุรกิจ ร้านค้า หรือพนักงาน วันที่มีการสื่อสาร รายละเอียดในการสื่อสาร

4. ข้อมูลเชิงคุณภาพ (Qualitative Data)

ข้อมูลนี้จะบ่งบอกได้ถึงประสิทธิภาพในการบริหารจัดการธุรกิจ รวมรวบความคิดเห็น แรงจูงใจ หรือทัศนคติที่มีต่อสินค้า บริการ หรือธุรกิจ ประกอบไปด้วย

  • ข้อมูลประเภทแรงจูงใจ ทำไมถึงซื้อสินค้าหรือบริการ รู้จักร้านค้าได้อย่างไร

  • ข้อมูลด้านความคิดเห็น มีการให้คะแนนสินค้าหรือบริการ วัดความพึงพอใจของทั้งสินค้า บริการ และธุรกิจ

  • ข้อมูลด้านทัศนคติ เช่น ความชอบ สีที่ชอบ รสที่ชอบ

CDP มีประโยชน์อย่างไร?

CDP นั้นมีประโยชน์มากมายหลายอย่าง แต่จะมีรายละเอียดในแต่ละด้านอย่างไร ไปทราบถึงประโยชน์ของ CDP Platform กันเลย

1. การจัดการข้อมูลของลูกค้าให้เป็นระเบียบมากยิ่งขึ้น

CDP ทำให้การจัดการกับข้อมูลของลูกค้า(Customer Data) เกิดความเป็นระเบียบ และทำให้กระบวนการต่างๆง่ายขึ้นอย่างมาก เพราะข้อมูลที่ได้มานั้นเป็นข้อมูลจำนวนมาก และทุกข้อมูลล้วนมีความสำคัญต่อการตลาด ในการนำมาวิเคราะห์ข้อมูล เพื่อทำการตลาดต่อไป CDP จึงเข้ามาช่วยเหลือเรื่องการจัดการกับข้อมูลให้ง่ายมากยิ่งขึ้น

2. ทำให้สามารถวิเคราะห์ข้อมูลของลูกค้าได้ดีมากยิ่งขึ้น

การที่จะวิเคราะห์ข้อมูลของลูกค้าได้นั้น ต้องมีข้อมูลตั้งแต่เริ่มต้น จนถึงการทำความเข้าใจกับพฤติกรรมของลูกค้า เพื่อช่วยในการตัดสินใจใช้กลยุทธ์ทางการตลาดในรูปแบบต่างๆได้ตรงกับลูกค้ามากที่สุด สิ่งนี้ทำให้คุณสามารถชักจูงในลูกค้ากลับมาอุดหนุนซ้ำ และรักษาลูกค้าได้เป็นอย่างดี

3. เพิ่มการปกป้องข้อมูลและความเป็นส่วนตัว

เนื่องจากในปัจจุบันมีการประกาศใช้ PDPA ที่เป็นกฎหมายคุ้มครองความเป็นส่วนตัวของผู้อื่น การเก็บข้อมูลของลูกค้าโดย CDP ก็จะช่วยคัดแยกข้อมูลที่ได้มา เพื่อให้ง่ายขึ้นต่อการนำไปใช้งานต่อ ไม่ว่าจะเป็นการวิเคราะห์หรือกการทำการตลาด โดยไม่ขัดกับ PDPA

4. ตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

เนื่องจากมีข้อมูลต่างๆที่สมบูรณ์ อย่างที่ได้อธิบายไปข้างต้นแล้วว่า CDP นั้นเก็บรวบรวมข้อมูลด้านใดบ้าง ตั้งแต่ข้อมูลรากฐานไปจนถึงพฤติกรรมการใช้จ่ายของลูกค้า จึงทำให้ธุรกิจหรือร้านค้าสามารถปรับปรุง หรือปรับกลยุทธ์เพื่อให้ตอบโจทย์กับทุกๆฝ่ายได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

การประยุกต์ใช้ CDP

การประยุกต์ใช้ cdp

นอกเหนือจากประโยชน์ต่างๆที่ได้บอกเล่ากันไป CDP ยังสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้อีกหลายอย่าง

  • Ads Suppression List: คือการป้องกันไม่ให้ลูกค้าคนเดิมที่เคยซื้อสินค้าหรือบริการชนิดหนึ่งไปแล้ว เห็นโฆษณาหรือโปรโมชั้นของสินค้าหรือบริการชนิดนั้นซ้ำอีก

  • Cross-Channel Cart Abandonment Campaign: เป็นการนำเสนอข้อเสนอพิเศษ โปรโมชั่น หรือแนะนำสินค้า ที่ลูกค้าได้เคยนำไปใส่ไว้ในรถเข็น (Cart) หรือรายการที่ต้องการซื้อ แต่ยังไม่ได้มีการชำระเงิน

  • รู้ข้อมูลเชิงลึกจาก Historical Data ของลูกค้า High Value หรือลูกค้าที่มียอดซื้อสินค้าสะสมสูง: ช่วยให้เข้าใจพฤติกรรมของลูกค้าที่เป็นลูกค้าชั้นดี เพื่อให้สามารถคาดเดาและโน้มน้าวลูกค้ารายอื่นๆที่มีพฤติกรรมเหมือนหรือคล้ายคลึงกัน

ธุรกิจต่าง ๆ ใช้ CDP อย่างไร? - ตัวอย่างการใช้ CDP

แน่นอนว่าหลากหลายธุรกิจก็สามารถใช้ CDP ได้ เพียงแค่นำข้อมูลที่ได้มานำไปปรับให้เข้ากับกลยุทธ์ที่เหมาะสมกับลูกค้าและธุรกิจ เช่น

Shopee: แพลตฟอร์ม e-commerce ที่เป็นที่นิยมก็มีการใช้ CDP เพื่อบันทักรวบรวมข้อมูลของลูกค้า และนำไปทำ Digital Marketing ต่อ เช่น การเก็บข้อมูลพฤติกรรมการซื้อ แล้วนำไปวิเคราะห์เพื่อให้ลูกค้ากลับมาซื้อซ้ำ หรือนำไปวิเคราะห์ถึงความสนใจของลูกค้า แล้วแนะนำสินค้าหรือโปรโมชั่นต่างๆตามที่ลูกค้าสนใจ เป็นต้น

การใช้ cdp ของธุรกิจต่าง ๆ

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Customer Data Platform (CDP)

CDP (Customer Data Platform) คืออะไร

CDP (Customer Data Platform) คือ โปรแกรมในการเก็บรวมรวบข้อมูลของลูกค้า ใช้เพื่อรวบรวมและจัดกลุ่มข้อมูลของลูกค้าเข้าด้วยกันรวมเป็นโปรไฟล์ของลูกค้าคนหนึ่ง เพื่อนำไปใช้ทำ Digital Marketing ต่อ

ประโยชน์ของการใช้ CDP

CDP นั้นมีประโยชน์มากมายหลายอย่าง ได้แก่

  • การจัดการข้อมูลของลูกค้าให้เป็นระเบียบมากยิ่งขึ้น

  • ทำให้สามารถวิเคราะห์ข้อมูลของลูกค้าได้ดีมากยิ่งขึ้น

  • เพิ่มการปกป้องข้อมูลและความเป็นส่วนตัว

  • ตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

ธุรกิจใดบ้างที่ต้องการ CDP (Customer Data Platform)

CDP สามารถใช้ได้กับทุกๆธุรกิจ เพราะเป็นการเก็บข้อมูลโดยตรงกับลูกค้า ได้ข้อมูลที่หลากหลายและแม่นยำ และควรจะใช้ CDP เพื่อสนับสนุนการทำ Digital Marketing เพียงแค่นำข้อมูลที่ได้มานำไปวิเคราะห์ และปรับแผนการตลาด หรือกำหนดกลยุทธ์ ที่เหมาะสมกับลูกค้าและธุรกิจนั้นๆ

สรุป

สรุปความรู้เกี่ยวกับ cdp

สรุปได้ว่า CDP หรือ Customer Data Platform นั้นเป็นเครื่องมือหนึ่งในการทำการตลาดที่ช่วยให้ธุรกิจหรือร้านค้ารับมือกับข้อมูลต่างๆของลูกค้า และประตัวให้ทันกับความต้องการ พฤติกรรมของลูกค้า โดยระบบจะเป็นศูนย์รวมของข้อมูลที่เบ็ดเสร็จ ทำให้ง่ายต่อการนำไปใช้ต่อเพื่อวิเคราะห์และจัดกลยุทธ์ให้เหมาะสมกับลูกค้าเพื่อธุรกิจของคุณ

โดยไม่ว่าคุณจะทำธุรกิจเล็กหรือใหญ่ หากต้องการฐานข้อมูลเพื่อนำไปวิเคราะห์เพื่อต่อยอดการตลาดก็ควรใช้ CDP หรือเครื่องมืออย่าง CRM เข้ามาช่วยเหลือให้ธุรกิจของคุณเติบโตถึงเป้าหมายอย่างรวดเร็ว

See Saalyn in action

Tell us a bit about your team and we'll tailor a 20-minute walkthrough — no slides, just your workflows.

  • Live walkthrough tailored to your stack
  • ROI estimate based on your team size
  • Onboarding plan you can ship in a week

* 資料の自動送付は会社メールのみ対象です。個人メールの場合は、営業が会社確認のためご連絡します。

Your customers expect a lot from your brand. Get the technology to keep up

Pages
  • About Us
Products
  • ระบบสมาชิก
  • ระบบสะสมแต้ม
  • ระบบ CRM
Utility Pages
  • Privacy Notice สำหรับ 3rd parties
  • Privacy notice สำหรับพนักงาน

© 2026 Rocket CRM. All rights reserved.

Call nowConsult expert